วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
ใช่หรือไม...
การที่เรามีความจำเป็นในสภาวะโดดเดียวหรือกลุ่มหมู่คณะและองค์กรการใช้สถานการณ์ในปัจจุบันรอบข้างและความเกี่ยวเนื่องของแต่ละบุคคลในการเปลี่ยนทัษณะคติไปในทางที่ดีหรือในทางที่ไม่ดีแล้วแต่การเปลี่ยนมุมมองเพื่อประโยชน์บางสิ่งความต่อเนืองของจุดมุ่งหมายโจทย์และคำถามคำตอบมีทั้งถูกใจและไม่ถูกใจทั้งหมดอยู่ที่ผลที่ต้องการ
วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
บัวสี่เหล่า
อ่านข้อความในทวีตเตอร์บางเฟตบางเว็บอื่นๆนั่งคิดอะไรเลื่อยเปื้อยเรื่องต้นไม้เรืองดอกไม้และ...ความคิดก็แว้บเรื่องของดอกบัวทางพระพุทธศาสนาที่มีด้วยกันอยู่4อย่าง 1บัวในตม2บัวใต้นํ้า3บัวปิ่มนํ้า4บัวเหนื่อนํ้าบางครั้งในโลกปัจจุบัน(ยาก)ที่จะแยกเพราะทุกอย่างล้วนแล้วต่อสู้ดินรนแสวงหาเพื่อตัวเองอาจจะว่าได้ว่าทุกอย่างที่เห็นทุกอย่างที่กะทำทุกอย่างที่ได้ยินทุกอย่างรับรู้ด้วยความรู้สึกล้วนแล้วผันแปลตามสภาวะขนานนั้นของเวลา บัวสี่เหล่า คือ บัวใต้น้ำเป็นหนึ่งในระดับของสติปัญญา จากเรื่องบัวสี่เหล่า นั้นแสดงให้เห็นถึงความสามารถของคนที่เรียนรู้เรื่องต่างๆ เป็น 4 ระดับ คือ...
1.พวกมีสติปัญญา ฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็ว เปรียบเสมือน ดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ เมื่อต้องแสงพระอาทิตย์ก็จะเบ่งบานทันที (อุคฆฏิตัญญู)
1.พวกมีสติปัญญา ฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้และเ
2.พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจราณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มเติม ก็จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาไม่ช้าเปรียบเสมือน ดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำ ซึ่งจะบานในวันถัดไป (วิปัจจิตัญญู)
3.พวกที่มีสติปัญญาน้อย แต่ เป็นสัมมาทิฏฐิเมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่ม อยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอบด้วยศรัทธาปสาทะ ในที่สุดก็สามารถรู้และเข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้าเปรียบเสมือน ดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ ซึ่งจะค่อยๆโผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง (เนยยะ)
4.พวกที่ไร้สติปัญญาและยังเป็น มิจฉาทิฏฐิ แม้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ทั้งยังขาดศรัทธาปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียรเปรียบเสมือน ดอกบัวที่จมอยู่โคลนตม ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลาอีกด้วย ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบานได้อีก (ปทปรมะ)
วันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
อิสระภาพชูจี
ชูจีอดีตหรือปัจจุบันพม่าหรือประเทศพม่าในความคิดเห็นส่วนตัวในความเกี่ยวดองเล็กๆกับเพื่อนบ้านที่ติดกันและสายสัมพันธุ์ที่ห่างหายเพราะความจำเป็นบางอย่างหรือสภาวะกราณ์ที่เป็นอยู่อย่างปัจจุบันต่างก็ทำเพื่อเอาตัวรอดในสังคมปัจจุบันเมื่อครั้งตั้งแต่ความสูญเสียที่เกิดขึ้นเมื่อเรายังเด็ก ๆ พม่าในความหมายคือมีรัฐบาลทหารปกครอง ประเทศพม่าคือประชาธิปประไตยที่เกิดขึ้น ด้วยปัญหาการปกครองในรูปแบบทหารโดยใช้หลักความเด็ดคาดด้วยที่มีชาติพันธุ์ที่หลากหลายต่างมีผู้แสวงหาอำนาจเป็นตัวกำหนดสิทธิของประชาชนเพื่อแบ่งแยกตัวเองความสะดวกสบายก็จะมีอยู่กลุ่มหนึ่งความอยากลำบากก็จะมีอีกกลุ่มหนึ่งแต่ที่ลำบากแสนสาหัสก็เห็นจะเป็นประชาชนของประเทศด้วยที่ผู้นำชนชั้นต่างๆแสวงหาอำนาจโดยไม่คิดถึงประชาชน ใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ อิสระภายที่เกิดของชูจีกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น นั้นแสดงให้เห็นว่าประเทศควรจะเป็นประเทศที่มีการพัฒนาโดยเริ่มจากการปองดองหันหน้าเข้าหากันเพื่อไปในทิศทางเดียวกันกับนานาประเทศไม่อย่างนั้นจะล้าหลังและจะสูญเสียอาณาธิปไตยโดยทางอ้อมอย่างหลีกเลียงไม่ได้ โดยทั้งนี้ก็จะขึ้นอยู่กับผู้ที่มีอำนาจอิทธพลของชนชาติพันธุ์ต่างๆภายในประเทศร่วมกันกำหนดทิศทางของคำว่าประชาธิปไตยในรูปแบบต่างๆและความเหมาะสมเพื่อการพัฒนาที่ยังยื่นเพื่อประชาชนของเขาเหล่านั้นให้ทัศเทียนนานาประเทศในรูปแบบตัวตนที่แท้จริงอิสระภาพที่แท้จริงไม่ใช่ชูจีแต่เป็นประชาชนครับประชาชนจริงๆที่เขารอคอยรุ่นแล้วรุ่นเหล่าโดยที่ไม่ละทิ่งความหวังและความพยายาม
วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
ช่องวางของอาชีพ ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่
จบตรี จบโท จบเอกหรือหลายใบ จะช่วยอะไรได้เพราะในเมื่อ ณะสภาพปัจจุบันที่เป็นอยู่และกำลังดำเนินไปอย่างรวดเร็วในโลกยุคปัจจุบันวิชาความรู้ที่หดหายและเสื่อมถอยไปกับโลกยุคปัจจุบันที่ไม่สามารถปฏิเสฐได้คือวิชาอาชีพที่สืบทอดกันโดยใช้ประสบการณ์ในการเรียนการสอนในการทำมาหากินคืออาชีพดั่งเดิมที่ในโลกยุคปัจจุบันเรียกเกษตรกรรมหรือเกษตรกรที่เป็นกระดูกสันหลังของชาตินั้นคือ ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ เนื่องด้วยวิวัตินาการและการส่งเสริมการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นตามหลักของสากลของโลกยุคปัจจุบันที่สอนแต่หลักวิชาการทางด้านในการทำมาหากินโดยใช้มันสมองโดยใช้เทคโนโลยีโดยลืมรากเหง้าของตัวเองเขามาเป็นตัวแปร ช่วงวางอายุในปัจจุบันที่ทำเกษตรกรรมที่มีอยู่ในขนานนี้ที่เป็นหรือทำเกษตรกรรมในส่วนของชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ส่วนใหญ่มี่อายุระหว่าง 45 - 65 ปี หนุ่มสาวหรือวัยทำงานส่วนใหญ่นะยุคปัจจุบันที่อายุระหว่าง 20 - 44 ปีจะทำงานอยู่ในเมืองเพราะจะถูกปลูกฝังว่าการทำเกษตรหรือทำนา ทำสวน ทำไร่ เป็นอาชีพที่ลำบากมีรายได้น้อยไม่เหมือนทำงานในเมืองที่สบายและมีรายได้มากและยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐจึงเป็นเหตุให้ช่วงวางของอาชีพ ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ มีมากและนับวันก็มากขึ้นทุกที่และอีกไม่นานก็จะไม่มีคนผลิตจะมีแต่ผู้ที่ต้องการผลผลิตแต่ขาดผู้ผลิตดูได้จากภาพเหตุการณ์ในปัจจุบันที่ได้เห็นจากตัวเองและสือแต่ละช่องที่สะท้อนภาพเหตุการณ์มีแต่รุ่นพ่อรุนแม่รุ่นน้ารุ่นอาทีพร้อมที่จะผันใบแต่ขาดช่วงของการสืบทอด ภาคเกษตรเป็นภาคพื้นฐานของประเทศที่ใช้ผลิตแหล่งอาหารของคนทั้งประเทศแต่ขาดการส่งเสริมอย่างจริงจังมุ่งเน้นแต่วิชาความรู้ในโลกปัจจุบันที่สอนให้เราเป็นทาสพึ่งพิงเทคโนโลยีจนลืมลำแข็งของตัวเองตรงตกเป็นทาสชาตินิยมโดยที่เขาเหล่านั้นไม่ต้องใช้กำลังเขามาบดขยี้ที่เขาเรียกว่าประเทศราชหรือประเทศเมืองขึ้น เงินเรายังต้องอิงดอร์ล่าเพราะเราซื้อแต่ของเขาไม่สามารถขายของเราตามมูลค่าของเราเองได้
วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553
คำว่าศัตรูกับคำว่าปรปักษ์
ความหมายของคำว่าศัตรูกับคำว่าปรปักษ์
ศัตรูประทุกร้่ายส่วนตัว ปรปักษ์ประทุษร้ายโดยหลักการ การเจริญขึ้นด้วยคนปรปักษ์ต่อกัน แต่โลกมิได้เจริญขึ้นด้วยการที่คนเป็นศัตรูกัน ความเป็นปรปักษ์เป็นทางให้เกิดการแข่งดี ความเป็นศัตรูเป็นทางให้เกิดความแข่งร้าย วิธีของปรปักษ์ย่อมขวนขวายที่จะชนะผู้อื่นด้วยความดีของตน วิธีของศัตรูย่อมขวนขวายที่จะชนะไม่ใช่ด้วยการประกอบความดีของตนให้ยี่งขึ้น แต่ด้วยการทำลายความดีของผู้อื่นให้ลดลงมาเหลือเท่าของตนหรือตํ่ากว่าของตัว เอาความดีของผู้อื่นมาเป็นความดีของตัว ซึ่งจัดเป็นวิธีที่เลวที่สุด และโง่ที่สุดเพราะเป็นการหาภัยใส่ตัวอย่างร้ายแรง ตนได้กระทำความดีเองและพยายามให้คนรู้ว่าความดีอันนั้นเป็นของตนวิธีนี้ชอบธรรมกว่าแต่ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดเพราะเป็นการก่อศัตรูทางอ้อม คือตนเป็นผู้ทำความดีเองแต่พยายามที่จะไม่ให้ใครรู้ว่าตนเป็นผู้กระทำและสามารถจะเป็นไปได้ก็ควรพยายามให้คนเข้าใจว่าเป็นความดีของผู้อื่น วิธีปฏิบัติเช่นนี้เป็นทางที่ดีที่สุดทางหนึ่งสำหรับหลีกเลี่ยงการก่อศัตรู คนที่ไม่คิดพึ่งตนเองเลยนั้นไม่มีทางจะทำอะไรสำเร็จได้เลย คนที่พึ่งตนเองฝ่ายเดียวไม่ต้องการความช่วยเหลือร่วมมือของผู้ใดย่อมเป็นคนคับแคบทำงานสำเร็จได้เป็นส่วนน้อย คนที่พึ่งตนเองด้วยมีโอกาสได้รับความช่วยเหลือร่วมมือจากผู้อื่นด้วยอาจทำการสำเร็จใด้อย่างใหญ่หลวง
ศัตรูประทุกร้่ายส่วนตัว ปรปักษ์ประทุษร้ายโดยหลักการ การเจริญขึ้นด้วยคนปรปักษ์ต่อกัน แต่โลกมิได้เจริญขึ้นด้วยการที่คนเป็นศัตรูกัน ความเป็นปรปักษ์เป็นทางให้เกิดการแข่งดี ความเป็นศัตรูเป็นทางให้เกิดความแข่งร้าย วิธีของปรปักษ์ย่อมขวนขวายที่จะชนะผู้อื่นด้วยความดีของตน วิธีของศัตรูย่อมขวนขวายที่จะชนะไม่ใช่ด้วยการประกอบความดีของตนให้ยี่งขึ้น แต่ด้วยการทำลายความดีของผู้อื่นให้ลดลงมาเหลือเท่าของตนหรือตํ่ากว่าของตัว เอาความดีของผู้อื่นมาเป็นความดีของตัว ซึ่งจัดเป็นวิธีที่เลวที่สุด และโง่ที่สุดเพราะเป็นการหาภัยใส่ตัวอย่างร้ายแรง ตนได้กระทำความดีเองและพยายามให้คนรู้ว่าความดีอันนั้นเป็นของตนวิธีนี้ชอบธรรมกว่าแต่ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดเพราะเป็นการก่อศัตรูทางอ้อม คือตนเป็นผู้ทำความดีเองแต่พยายามที่จะไม่ให้ใครรู้ว่าตนเป็นผู้กระทำและสามารถจะเป็นไปได้ก็ควรพยายามให้คนเข้าใจว่าเป็นความดีของผู้อื่น วิธีปฏิบัติเช่นนี้เป็นทางที่ดีที่สุดทางหนึ่งสำหรับหลีกเลี่ยงการก่อศัตรู คนที่ไม่คิดพึ่งตนเองเลยนั้นไม่มีทางจะทำอะไรสำเร็จได้เลย คนที่พึ่งตนเองฝ่ายเดียวไม่ต้องการความช่วยเหลือร่วมมือของผู้ใดย่อมเป็นคนคับแคบทำงานสำเร็จได้เป็นส่วนน้อย คนที่พึ่งตนเองด้วยมีโอกาสได้รับความช่วยเหลือร่วมมือจากผู้อื่นด้วยอาจทำการสำเร็จใด้อย่างใหญ่หลวง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)