วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
ฤดูฝนฤดูนํ้าหลากหรือฤดูผู้ประสพภัยธรรมชาติ
ฤดูฝนไม่ว่าในอดีตหรือจะอีกนานเท่าใดเป็นสิ่งที่แน่นอนที่สุดว่าขาดไม่ได้และต้องมีไม่อย่างนั้นการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตก็จะไม่มีมีในโลกใบนี้ เมื่อย่างเข้าเดือนพฤษาคมหรือเดือนหกของชาวไทยตามอคติก็จะเป็ยช่วงของการเพาะปลูกเพื่อใช่ในการดำรงชีพและจำหน่าย แต่ในช่วงปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วโดยไม่คำนึงถึงภูมิประเทศของประเทศเราสร้างสิ่งก่อสร้างทำลายภูมิประเทศทำให้สภาพดินฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลงห้วยหนองคลองบึงแม่นํ้าลำคลองตืนเขินตัดขาดกรีดขวางทางนํ้าเมื่อถึงฤดูนํ้าหลากหรือฤดูฝนก็จะประสพปัญหากับภัยธรรมชาติอย่างรุ่นแรง... แต่ก็คงได้แต่หวังและ(ให้กำลังใจผู้ที่ทำงานอย่างเต็มที่)ระบบหน่วยงานของทางราชการไทยที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ระบบเทคโนโลยีการประเมินผลล่วงหน้าและงานที่เกี่ยวข้องและในส่วนของแต่ละจังหวัดที่ทำงานสอดคล้องกันตั้งแต่ต้นฤดูจนถึงหมดฤดูเพราะฤดูฝนเป็นฤดูที่สำคัญที่สุดเพราะเกี่ยวเนื่องกับมนุษย์เราโดยตรงทั้งทางตรงและทางอ้อมตั้งแต่ระบบนิเวนทางธรรมชาติระบบห่วงโซ่อาหารที่อยู่อาศัยการจัดการอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรเทาและเพิ่มประโยชน์ให้ได้มากที่สุดโดยอาศัยหลักการอยู่รวมกับธรรมชาติโดยใช้ธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเป็นอันตรายกับมนุษย์น้อยที่สุด
ความรับผิดชอบและการให้..ในความหมาย
ความหมายของคำว่าความรับผิดชอบ
รับผิดชอบต่อหน้าที่
รับผิดชอบในความคิดและการตัดสินใจกระทำสิ่งใดๆให้ถูกต้องที่สุด
รับผิดชอบในผลที่กระทำนั้นๆ
ให้โดยที่ไม่ตั้งเป้าหมายใดๆที่คุณต้องการให้เข้าตอบแทนคุณกลับมาหรือการให้โดยไม่มีเงื่อนไข
ให้โดยที่คุณไม่แอบแฝงผลที่คุณต้องการเอาไว้ล่วงหน้า
ให้ในสิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่ให้ในสิ่งที่คุณต้องการจะให้
ให้โดยไม่จำเป็นต้องบอกให้รู้ล่วงหน้า
ให้กับทุกคนไม่ใช่บางคน โดยให้อย่างเสมอภาคกันและมีเหตุผลในการให้เสมอ
ให้ก่อนที่เข้าจะร้องขอไม่ใช่รอให้ร้องขอเสียก่อยแล้วค่อยให้
รับผิดชอบต่อหน้าที่
รับผิดชอบในความคิดและการตัดสินใจกระทำสิ่งใดๆให้ถูกต้องที่สุด
รับผิดชอบในผลที่กระทำนั้นๆ
ให้โดยที่ไม่ตั้งเป้าหมายใดๆที่คุณต้องการให้เข้าตอบแทนคุณกลับมาหรือการให้โดยไม่มีเงื่อนไข
ให้โดยที่คุณไม่แอบแฝงผลที่คุณต้องการเอาไว้ล่วงหน้า
ให้ในสิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่ให้ในสิ่งที่คุณต้องการจะให้
ให้โดยไม่จำเป็นต้องบอกให้รู้ล่วงหน้า
ให้กับทุกคนไม่ใช่บางคน โดยให้อย่างเสมอภาคกันและมีเหตุผลในการให้เสมอ
ให้ก่อนที่เข้าจะร้องขอไม่ใช่รอให้ร้องขอเสียก่อยแล้วค่อยให้
วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
คำว่าดี..ในความหมาย
คำว่าดี อธิบายอย่างตรงไปตรงมา คือมีศิลธรรม คุณธรรม
คำว่ามีความสุข เมื่อบุคคลรู้จักแก้ไขปัญหาด้วยตนเองย่อทำให้เขามีความสุข
ความเพียรพยายาม ต้องมีความพอดี ความเพียรมีมากเกินไปย่อมเพิ่มความเกลียดคร้าน
ฉันทะ คือ ความพึงพอใจ หรือแรงจูงใจ
วิริยะ คือ ความเพียรพยายาม
จิตตะ คือ ความเอาใจใส่
วิมังสา คือ การพิจารณา ค้นคว้า ทดลอง และก็ปรับปรุง
ความชือตรง ต่อหน้ายังไงลับหลังอย่างนั้น
คุณมีทัศนคติที่ดีต่อเขาคนนี้หรือไม่?
คุณมองเห็นคุณค่าของเขาคนนั้นมากแค่ไหน?
คุณให้เกียตริ์นเขาจริงหรือไม่?
คุณเป็นคนน่าไว้าวางใจมากน้อยเพี่ยงใด?
คุณเป็นคนน่าคบหาสมาคมด้วยหรือไม่:
คำว่ามีความสุข เมื่อบุคคลรู้จักแก้ไขปัญหาด้วยตนเองย่อทำให้เขามีความสุข
ความเพียรพยายาม ต้องมีความพอดี ความเพียรมีมากเกินไปย่อมเพิ่มความเกลียดคร้าน
ฉันทะ คือ ความพึงพอใจ หรือแรงจูงใจ
วิริยะ คือ ความเพียรพยายาม
จิตตะ คือ ความเอาใจใส่
วิมังสา คือ การพิจารณา ค้นคว้า ทดลอง และก็ปรับปรุง
ความชือตรง ต่อหน้ายังไงลับหลังอย่างนั้น
คุณมีทัศนคติที่ดีต่อเขาคนนี้หรือไม่?
คุณมองเห็นคุณค่าของเขาคนนั้นมากแค่ไหน?
คุณให้เกียตริ์นเขาจริงหรือไม่?
คุณเป็นคนน่าไว้าวางใจมากน้อยเพี่ยงใด?
คุณเป็นคนน่าคบหาสมาคมด้วยหรือไม่:
วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
เป็นอย่างไรถ้าปราศจากความฝัน
มนุษย์เราสามารถเอาชนะโชติชะตาได้โดยใช้ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา ไม่ควรทำงานเพื่อเงินไม่ควรทำงานเพื่อชื่อเสียงแต่ควรทำเพราะความสุข ด้วยเหตุที่ว่าเราไม่สนใจเงินมากนักเงินจึงซื้อความรักของเราไม่ได้ การที่จะรู้สึกว่าบุคคลนั้นเติบโตหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการได้รับความสำเร็จในภารกิจที่มีความหมายในใจแต่ละคน ไม่มีอะไรสมบูรณ์ไปหมดทุกอย่างต้องมีข้อบกพร่อง มีข้อดีและข้อเสีย เป็นกำลังใจสูงสุดในชีวิตที่คุณเคยทำสิ่งผิดพลาดบางอย่างมาก่อนในชีวิต การเรียนรู้จากความล้มเหลวเรายิ่งฝึกฝนมากเท่าไรเราก็โชดดีมากขึ้นเท่านั้นการทำความดี จะมีอันตรายแฝงอยู่ ไม่มีอาชญกรรมจะยิ่งใหญ่เท่ากับการทำความดีอันสูงส่ง เป็นการดีที่จะยุติการเดินทาง แต่ว่าตัวการเดินทางนั้นเองเป็นตัวที่ทำให้ยุติลง ชีวิตมักไม่เป็นไปตามที่เราหวังไว้ มันเป็นไปตามทางของมัน วิธีที่คุณจัดการกับมันเป็นสิ่งที่ทำให้เราแตกต่าง
วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
ใช่หรือไม...
ใช่หรือไม...ไม่ว่าคุณผมเราหรือจะแทนด้วยอะไรก็แล้วแต่..ทุกคนต่างแสวงหาหรือมุ่งหวังครอบครัวที่อบอุ่นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบไม่ต้องถึงขนานรวยล้มฟ้าแต่ก็ต้องมีเหลือพอในการดำรงชีวิตหรือภาวะสังคมของครอบครัวที่ดี โชดชะตาบุญกรรมตามแต่งเติม บุญจะเพิ่มกรรมจะลดก็ด้วยการกระทำ บางที่ดีกลับเลวก็มากอยู่ บางที่อยู่ดูเหมือนเลวกลับดีก็มากโข
วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
ใช่หรือไม...
การที่เรามีความจำเป็นในสภาวะโดดเดียวหรือกลุ่มหมู่คณะและองค์กรการใช้สถานการณ์ในปัจจุบันรอบข้างและความเกี่ยวเนื่องของแต่ละบุคคลในการเปลี่ยนทัษณะคติไปในทางที่ดีหรือในทางที่ไม่ดีแล้วแต่การเปลี่ยนมุมมองเพื่อประโยชน์บางสิ่งความต่อเนืองของจุดมุ่งหมายโจทย์และคำถามคำตอบมีทั้งถูกใจและไม่ถูกใจทั้งหมดอยู่ที่ผลที่ต้องการ
วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
บัวสี่เหล่า
อ่านข้อความในทวีตเตอร์บางเฟตบางเว็บอื่นๆนั่งคิดอะไรเลื่อยเปื้อยเรื่องต้นไม้เรืองดอกไม้และ...ความคิดก็แว้บเรื่องของดอกบัวทางพระพุทธศาสนาที่มีด้วยกันอยู่4อย่าง 1บัวในตม2บัวใต้นํ้า3บัวปิ่มนํ้า4บัวเหนื่อนํ้าบางครั้งในโลกปัจจุบัน(ยาก)ที่จะแยกเพราะทุกอย่างล้วนแล้วต่อสู้ดินรนแสวงหาเพื่อตัวเองอาจจะว่าได้ว่าทุกอย่างที่เห็นทุกอย่างที่กะทำทุกอย่างที่ได้ยินทุกอย่างรับรู้ด้วยความรู้สึกล้วนแล้วผันแปลตามสภาวะขนานนั้นของเวลา บัวสี่เหล่า คือ บัวใต้น้ำเป็นหนึ่งในระดับของสติปัญญา จากเรื่องบัวสี่เหล่า นั้นแสดงให้เห็นถึงความสามารถของคนที่เรียนรู้เรื่องต่างๆ เป็น 4 ระดับ คือ...
1.พวกมีสติปัญญา ฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็ว เปรียบเสมือน ดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ เมื่อต้องแสงพระอาทิตย์ก็จะเบ่งบานทันที (อุคฆฏิตัญญู)
1.พวกมีสติปัญญา ฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้และเ
2.พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจราณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มเติม ก็จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาไม่ช้าเปรียบเสมือน ดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำ ซึ่งจะบานในวันถัดไป (วิปัจจิตัญญู)
3.พวกที่มีสติปัญญาน้อย แต่ เป็นสัมมาทิฏฐิเมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่ม อยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอบด้วยศรัทธาปสาทะ ในที่สุดก็สามารถรู้และเข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้าเปรียบเสมือน ดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ ซึ่งจะค่อยๆโผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง (เนยยะ)
4.พวกที่ไร้สติปัญญาและยังเป็น มิจฉาทิฏฐิ แม้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ทั้งยังขาดศรัทธาปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียรเปรียบเสมือน ดอกบัวที่จมอยู่โคลนตม ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลาอีกด้วย ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบานได้อีก (ปทปรมะ)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)