วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ใช่ หรือ ไม่ใช่ วิฒนาการประชาธิปไตย แบบไทยๆ

ถ้าเล่าแล้วยาวเอาพอสังเขจ...การเกิดเหตุการณ์ต่างๆในประเทศไทยเกี่ยวกับระบบระเบียบข้อปฏิบัติตั้งแต่ในอดีต ถึงปัจจุบัน จากเดิมคือระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับระบอบเผด็จการ เพราะว่าอำนาจสูงสุดในการปกครองเป็นของพระมหากษัตริย์เพียงพระองค์เดียวเท่า นั้น พระมหากษัตริย์ได้อำนาจมาด้วยการสืบสันตติวงศ์ หรือการปราบดาภิเษก ประชาชนไม่มีส่วนร่วมในการสถาปนาหรือคัดเลือกพระมหากษัตริย์เลย (อ้างอิงจากเว็บ http://www.baanjomyut.com/library_2/thailand_political_evolution/index.html )ชนชั้นกลางและชั้นการปกครองมีความเห็นที่ต้องการ คือระบอบประชาธิปไตย ซึ่งมีลักษณะคล้ายระบอบเผด็จการแต่ไม่ใช่เผด็จการ เพราะอำนาจสูงสุดในการปกครองอยู่ที่เสียงข้างมากเท่านั้น โดยใช้วิธีให้ประชาชนเลือกทางอ้อม(เลือกตัวแทน) มีกฏเกณฑ์จัดตั้งเป็นคณะรัฐบาลปกครองประเทศโดยใช้เสียงข้างมาก มีฝ่ายค้านเป็นเสียงข้างน้อย พูดแบบชาวบ้านหรือการปกครองแบบบ้านไทยๆ คือ พวกใครพวกมัน ถ้าจะถามหาความผิดที่มีผล คือ หลักฐานชัด กระทำความผิดแบบร้ายแรง ถึงจะผิด หรือถ้าคนที่ผิดเป็นบุคคลอันเป็นที่รัก ก็ยากที่จะผิดนอกเสียจากผิดมะหัดหรือผิดร้ายแรงมากมาก ถึงจะมีความผิด รัฐประหารกี่ครั้ง รัฐยุบคณะปกครอง(ยุบสภา)เองกี่ครั้ง ยุบสภาก็ด้วยฝ่ายค้าน ส่วนรัฐหารก็ด้วยประชาชน การเกิดขึ้นทุกครั้งต่างมีประโยชน์ ไม่ว่าจะยุบด้วยเรื่องอะไร ไม่ว่าจะรัฐหารด้วยเรื่องอะไร การปรับตัวเองในกฏข้อระเบียบต่างๆของแต่ละฝ่าย การกระจายอำนาจต่างๆของฝ่ายปกครองเพื่อมีส่วนรวมในการตัดสินใจในส่วนถูมิภาคของตัวเอง การมีภาคประชาชนคือการรวมตัวกันในการมีส่วนรวมในตัดสินใจที่จะทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่อยู่อาศัยภูมิลำเนาของตัวเอง จากเดิมฝ่ายปกครองเป็นฝ่ายปฏิบัติเพียงฝ่ายเดียวโดยปฏิบัติตามคำสั่งจากส่วนกลางของภาครัฐหรือนโยบายของคณะรัฐบาท แปรเปลี่ยนเป็นคนกลาง นำเสอนข้อมูลทั้งสองฝ่าย  (กฏหมู่อยู่เหนือกฏหมายนั้นแหละคือไทยแท้ การทำกฏหมายให้เป็นกฏหมู่ คือวิวัฒนาประชาธิปไตยแบบไทยๆ)

วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2556

-ใช่ หรือ -ไม่ใช่ เราทุกคนหุ้นส่วนประเทศไทย

-ใช่ หรือ -ไม่ใช่ เราไม่ได้ทำงานแบงค์หรือคลัง เราไม่ได้ฝ่ายไหนๆ เราไม่มีหน้าที่เกี่ยวคล้องใดๆในภาคส่วนใด แต่เราเป็นหุ่นส่วนประเทศไทย โครงการต่างๆทั้งประชานิยมและไม่นิยม และโครงการพื้นฐานต่างๆ ทางนํ้า ทางอากาศ ทางบก ทั้งในและนอกประเทศ ไม่ว่ารัฐบาลไหนๆที่ขึ้นมาบริหารประเทศนำพาประเทศให้ทัศเทียนนานาประเทศ ได้คิดหรือสานต่อให้ดียิ่งขึ้นมีประสิทธิ์ภาพมากขึ้น จะกี่พันกี่หมื่นกี่ล้านล้านบาท ก็ด้วยเงินของท่านทุกๆคนภายในประเทศมีรายได้มากได้มีส่วนมากมีรายได้น้อยได้มีส่วนน้อยทุกๆการซื้อขายทุกๆสินค้าเมื่อเราซื้อหรือขายจำหน่ายเรามีส่วนจ่ายภาษีในสินค้าเหล่านั้นในทุกๆบาท เอาเป็นว่าภาษีคือเงินที่นำมาพัฒนาเพื่อความสะดวกต่อส่วนรวมในการทำกิจกรรมทุกๆอย่าง ตามปัจเจกหรือตามความเป็นจริงการลงทุนย่อมเกิดผล เพียงแต่ผลที่ต้องการเพื่อสนองต่อสิ่งใด ทุกๆการลงทุน มีกำไรและขาดทุน เป้าหมายของการลงทุน ต้องการผลและเป้าหมายอย่างไร การลงทุนย่อมมีองค์ประกอบต่างๆเพื่อผลที่ได้มาซึ่งเป้าหมายที่ต้องการ เมื่อโครงต่างๆเป้าหมายเพื่อส่วนรวม เมื่อโครงการต่างๆเงินลงทุนเป็นของทุกๆคน ทุกๆคนเป็นหุ้นส่วนในผลของเป้าหมายนั้นๆ ตามกฏกติกาที่ทุกๆคนได้ใช้ร่วมกัน ในความเป็นหุ่นส่วน ของเป้าหมายส่วนรวม เป็นไปไม่ได้ที่ทุกๆหุ่นส่วนจะดำเนินการ แต่เป็นหน้าที่ทีทุกๆหุ่นส่วนต้องรู้และตรวจสอบผลการลงทุน ตั้งแต่งโครงการ -ทำอะไรบาง -ลงทุนเท่าไร -ระยะเวลาลงทุน -จุดคุ้มทุน -รายละเอียดของการทำให้เกิดจุดคุ้มทุนในแต่ละโครงการ -รายละเอียดผลกำไรของการลงทุนในแต่ละโครงการ -ผลกระทบในระหว่างการลงทุน ด้วยเหตุและประสบเหตุด้วยกันทั้งประเทศ ทุกคนๆ ทุกๆฝ่าย ต่างมีหน้าที่ เพื่อเป้าหมายส่วนรวมเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวมไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่งผลที่เกิดของใครคนหนึ่ง โครงการต่างๆถ้าอิงจากความเป็นประเทศไทศมาอย่างช้านานผลที่เกิดย่อมเกิดผลที่ดี และมีประโยชน์ไม่ขัดแย้งพฤติกรรมนิสัยและธรรมชาติที่เป็นมาอย่างช้านาน ชนะอะไรชนะได้แต่อย่างพยายามเอาชนะธรรมชาติอยู่อะไรอยู่ได้ถ้าอยู่อย่างเค้าใจธรรมชาติเกื้อนุนเกื้อกูลส่งเสริม แสงสีวิไลความสุขบังเกิด กล่าวร้ายกล่าวหาขัดแย้งเอาเปรียบไม่มีความสามัคคี ทางร่มสลายดังเช่นบนเรียนอดีดประวัติชาติไทยที่มีมาทุกยุคทุกสมัยที่รัยความเป็นไทย ทุกข์แสนทอรามารเมื่อเข้าสู้เหตุนั้นๆเดือดร้อนไปทุกย้อมหญ้า (ภัยมีทุกรูปแบบ มีทุกเวลาเมื่อมีโอกาส)

วันพุธที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2556

ลืมกันกันไปหรือเปล่า ใช่-หรือ-ไม่ใช่

หลายๆอย่างต่างฝ่ายต่างมีปัญหากันอยู่ลองพิจารณากันดีดีประเทศของเรามี วิวัฒนาการหลายๆอย่างเศรษฐกิจ สังคม การปกครอง มีรูปแบบเฉพาะอยู่แล้ว เพียงหาจุดร่วมกันปรับเปลี่ยนให้ทันยุคทันสมัยไม่มีความจำเป็นต้องลอกเรียนแบบต่างประเทศที่เค้าก็มีเฉพาะของเค้า เพียงแต่นำรูปแบบให้สอดคล้องในการติดต่อสือสารและมีกติกาที่ใช้ร่วมกันในยุคที่เปิดกว้างเสรีในการติดต่อเศรษฐกิจ สังคม การปกครอง ภายในประเทศของเราและประเทศของเค้า เอกราชประเทศไทยแต่ละยุคแต่ละสมัยและปัจจุบัน เศรษฐกิจ สังคม การปกครอง ถูกกลั่นกลองตกผลึ่งเป็นรูปแบบเฉพาะและอุปนิสัยเฉพาะของการอยู่ร่วมกันมาอย่างยาวนาน รูปแบบวิชาความรู้ที่ต่างกล่าวอ้างโดยใช้เป็นมาตรฐานในการต่อสู้ทางความคิดกันอยู่ทุกวิชาทุกรูปแบบทุกเทษฎีต่างเขียนขึ้นจากประสพการที่ตกผลึ่งมาอย่างยาวนานผ่านร้อนผ่านหนาวมาจากความเป็นจริงตามวิวัฒนาการด้วยกันทั้ง ทุกๆขอความในวิชาความรู้ต่างถอดบทความจากความเป็นจริงต่างยุคต่างสมัยต่างบันทึกเป็นอักษรเพือเป็นตำราแนวทางทางไม่ให้ผิดซำแล้วซำอีก แต่ด้วยเป็นสิ่งมีชีวิตสังคมที่มีสมองคิด แต่ถ้ายึดรูปแบบที่เป็นของส่วนใหญ่แล้วมีวิธีที่ต่อยอดออกไปจากรูปแบบเดิม ความวุ่นวายคงมีน้อยกว่านี้สิ่งดีดีคงเกิดขึ้นมายมาย

วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2556

กฏหมายกับความเชื่อ ใช่-หรือ-ไม่ใช่

กฏหมายกับความเชื่อ ใช่-หรือ-ไม่ใช่ ถ้ากฏหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ดังเช่นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เรานับถือหรือที่เราเชื่อมีความเชื่อ การกระทำผิดตามกติกาคงจะมีไม่มาก กฎหมายคือกติกาที่ใช้ในคนหมู่มากมีระเบียบข้อบังคับมีแยกเป็นการลงโทษหนักและการลงโทษเบาเมื่อกระทำผิดกฏกติกา ความเชื่อคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์สิ่งที่ไม่สามารถจับต้องได้อาจมองเห็นได้จากความเชื่อวิทยาศสตร์เรียกว่าจิตนาการทางความคิดหรือเกิดขึ้นเองโดยที่ไม่คาดคิด หรืออะไรก็ตามแต่ที่ตั้งใจให้เกิดที่เรียกว่ามิติข้ามเวลา ส่วนกฏหมายเป็นกติกาที่ใช้ร่วมกันเพื่อความเป็นระเบียบต่อคนหมู่มากหรือจำนวนที่มาก เมื่อมีกติกาก็ต้องมีผู้รักษากติกาและมีมีผู้บังคับใช้กติกาและมีผู้ตัดสินกติกาเมือเกิดข้อพิพาษ เป็นไปตามวิวัฒนาการของการอยู่รวมกันของจำนวนคนที่มาก ความเป็นระเบียบร้อยของคนจำนวนมากดูได้จากข้อกติกาที่บังคับใช้และผู้รักษากติกา จะเป็นระเบียบหรือมัยเป็นระเบียบอยู่ที่อยู่ภายใต้กฏหมายหรืออยู่เหนือกฏหมายจะเป็นอย่างนี้ได้ก็ต้องอยู่ที่ผู้รักษากฏกติกาคือกฏหมายผู้บังคับกฏกติกาคือผู้บังคับใช้กฏหมายและผู้ตัดสินข้อกติกาคือผู้ตัดสินในกฏกติกาคือกฏหมายในเรื่องนั้นๆผิดหรือไม่ผิดในกฎกติกาคือกฏหมาย  -ต่อ

วันเสาร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2556

ใช่ - หรือ-ไม่ใช่ -อำมาตย์-

ใช่ - หรือ-ไม่ใช่  -อำมาตย์- คือ ข้าเฝ้า ที่ปรึกษา ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่มีความสำคัญและใกล้ชิดกับพระราชาเคยใช้เป็นยศพลเรือน [1]จัดเป็น ๓ ชั้น คือ รองอำมาตย์ อำมาตย์ มหาอำมาตย์ ชั้นหนึ่งมี ๓ คือ เอก โท ตรี แต่ชั้นมหาอำมาตย์มีสูงขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง คือ มหาอำมาตยนายก เป็นชั้นพิเศษ ยศดังนี้เลิกใช้ เมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕[2]

ที่ปรึกษาชั้นผู้ใหญ่ที่มีความสำคัญและใกล้ชิดกับพระราชาเช่น สมุหนายก มีหน้าที่ ผู้ว่าราชการแทนพระมหากษัตริย์บริหารแผ่นดิน สมุหกลาโหม ควบคุมเกี่ยวกับทางทหารทั่วประเทศ มหาดเล็ก และ ราชครู
- กล่าวอ้างจากข้อความ ของคำว่าอำมาตย์ ชื่อต่างๆเมื่อครั้งยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๔ ก็ยังคงเป็นเช่นเดินในด้านหน้าที่ความรับผิดชอบเพียงแต่เปลี่ยนชื่อเรียก และเปลี่ยนวิธีการที่มาของตำแหน่งบางหน้าที่ จากอาดีตอำนาจส่วนใหญ่จะอยู่ที่กลุ่มคนที่รักบ้านเมืองทำเพื่อส่วนร่วมโดยแท้จริงไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้องในสภาวะเช่นนั้นแต่ก็ยังมีคนที่เห็นประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้ง ด้วยสภาวะที่มีสงครามแยกพื้นที่ประชากรส่วนใหญ่จะมีความสามัคคีและมีจุดศูนย์กลางเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ สภาวะปัจจุบันที่เป็นเหตุ สภาพแวดล้อมของประเทศเปลี่ยนไป จากที่มีสงครามเป็นสิ่งเล้า(คือภัย) แต่ในปัจจุบันไม่มี การปล่อยวางอำนาจที่แบกรับหน้าที่ของพี่น้องทั้งประเทศจากภัยสงครามเมื่อถ้าไม่มีเอกราชยิ่งกว่าทาสในเรือนเบี้ย วิวัฒนาการการปกครองก็เริ่มเปลี่ยนโดยให้โอกาส แก่ผู้ที่ไม่โอกาส ทั้งๆที่สืบทอดอำมาตย์จากอำนาจหน้าที่ที่ไม่มีโอกาส และผู้ที่มีความรู้ความสามารถมากขึ้น ด้วยหลักของคำว่าประชาธิปไตย์ ประชาชนส่วนใหญ่ที่ไม่ความรู้และไม่มีสงครามเป็นสิ่งเล้ามีแต่เรื่องปากท้องที่ทำกินจึงถูกครอบงำได้ง่ายโดยวิถีชีวิตที่สืบทอดกันมา โดยอะไรก็แล้วแต่ที่ต่อสู้ทางความคิดกันทุกวันนี้ ก็คืออำมาตย์ด้วยกันทั้งนั้น กล่าวอ้างฝ่ายโน้นอำมาตย์ฝ่ายนี้อำมาตย์ และด้วยวิวัฒนาการปกครองที่รองผิดรองถูกและกระจายอำนาจที่เปลี่ยน แต่เป็นลักษณะเก่าก่อนที่เป็นมาโดยปกครองที่ไม่ปกครองเพียงแต่เปลี่ยนชือที่เรียก โดยมีโจทย์ที่เรียกว่าการปกครองแบบท้องถิ่น

วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ใช่-หรือ-ไม่..การปกครองที่ไม่ได้ปกครองของการอยู่ร่วมกัน

การปกครองที่ไม่ได้ปกครองของการอยู่ร่วมกัน จากครอบครัว..จากหลายครอบครัวเป็นชุนชน..จากหลายๆชมชน..และหลายๆชุนชนที่ต่างพื้นที่กัน สภาวะจำเป็นที่สร้างกฎเกณฑ์ที่ไม่อาจสร้างขึ้นได้เองคือการเกิดจากธรรมชาติ ฤดูต่างๆภัยจากธรรมชาติต่างๆ คุณ ณ.ประโยน์และโทษมะหัน ดิน นํ้า ลม ไฟ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสิ่งมีชีวิตและเป็นภัยสำหรับสิ่งมีชีวิต เมื่อเป็นครอบครัวผู้นำคือหัวหน้าครอบผู้นำครอบมีคุณสมบัติ แข็งแรง เลี้ยงดูครอบครัวไม่ให้อดยาก ปกป้องอันตรายที่จะเกิดจากสมาชิกภายในครอบครัว(คู่ผัวตัวเมียดำรงค์ไว้ซึ่งเผ่าพันธุ์) เมื่อเกิดเป็นครอบครัวก็ต้องเกิดสมาชิกครอบครัวด้วยกฏของธรรมชาติสืบเชื่อสายคนแล้วคนเล่าก่อเกิดเป็นชุนชนที่มากจำนวนขึ้นโดยหลายๆเชื้อสายเมื่อจำนวนที่มากขึ้นย่อมเกิดปัญหา ที่อยู่อาศัย ที่ทำมาหากิน การทะเลาะเบาะแหว้งกันโดยด้วยเผ่าพันธุ์ที่มีสมองคิดที่ธรรมชาติสร้างให้ในส่วนของอวัยวะของร่างกาย เมื่อมีหัวหน้าครอบครัวและหลายครอบครัวเป็นชุนชนสภาวะความจำเป็นของเหตุการณ์จากเรื่องต่างๆภัยต่างๆปัญหาที่อยู่อาศัยที่ทำมาหากินจึงเกิดหัวหน้าชุนชนโดยได้รับการยอมรับจากหัวหน้าครอบครัวและสมาชิกภายในครอบครัวแต่ละครอบครัว เมื่อมีจำนวนมากขึ้นมากขึ้นก็เกิดการย้ายถิ่นฐานย้ายแหล่งทำมาหากินที่อำนวยความสะดวยต่อชนชุนและเป็นที่อุดมสมบูรณ์ในการทำมาหากิน เมื่อเกิดการย้ายถิ่นฐานก็ต้องกระทบต่อชุนชนต่างๆที่เกิดขึ้นในที่ต่างๆเล็กบางใหญ่บางเข้มแข็งบางอ่อนแอ่บาง เมื่อเกิดการยอมรับซึ่งกันและกันโดยกฏเกณฑ์ตั้งแต่ความคิดเดียวกันใช้กำลังในการยอมรับกัน เมื่อหลายชุนชนร่วมกันก็เป็นชุนชนเมือง..พอเป็นสังเขป

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

ใช่-หรือ-ไม่ ธรรมชาติสันสร้างปลายทางของนํ้า

ไม่ว่าฝนจะตกมากหรือนํ้าจะผ่านลงมามากพื้นที่เมืองหลวง กทม. จะเป็นพื้นที่สุดท้ายในการรับและระบายนํ้าลงทะเล เส้นหลัก คือเจ้าพระยา เส้นรองท่าจีนและบางประกง ส่วนในพื้นที่กทม.และจังหวัดใกลเคียงก็จะมีคลองย่อยในการระบายนํ้าสูเส้นหลักและเส้นรอง คลองใหญ่บางเล็กบางตามพื้นที่ทีธรรมชาติสันสร้างที่สูงลงสูที่ตํ่าเส้นไหนนํ้ามากธรรมชาติก็สร้างใหญ่ตรงไหนเป็นแอ่งธรรมชาติก็สร้างให้ลึกลงทางไหนนํ้าน้อยก็สร้างให้เล็ก ไม่ว่าพื้นที่ส่วนไหนจะเป็นแอ่งหรือเป็นอย่างงัยก็แล้วแต่ ธรรมชาติสร้างทางออกหรือกลไกทางออกของนํ้าเสมอ(อย่างเช่นที่เห็นอย่างเด่นชัดโดยที่ไม่ต้องใช้การศึกษาวิศวะกรรมศาสตร์ทางนํ้ากลไกที่ธรรมชาติสร้างและเห็นอย่างเด่นชัดคือนํ้าจืดดันนํ้าเค็มไม่ให้เข้าพื้นที่) เว้นเสียแต่มนุษย์หลงคะนองคิดว่าต้วเก่งเหนือธรรมชาติจึงมิอาจเห็นทางแก้ไขรังแต่สร้างสิ่งที่ทำให้เกิดภัยอันตรายมากขึ้นจากธรรมชาติ นะปัจจุบันเหตุที่เกิดขึ้นไม่อาจโทษส่วนใดส่วนหนึ่งหรือใครคนใดคนหนึ่งเป็นปัญหาหรือภัยของทุกๆคนที่มีส่วนรับผิดชอบด้วยภาวะการเปลี่ยนความเจริญนําพาซึ่งความสะดวกสะบายโดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมากมายโดยที่ไม่ทดแทนและทำลายอย่างรู้ไม่เท่าทัน การมีระบบระบายนํ้าที่ดีมีประสิทธิภาพใช้ได้ทั้งระบายจัดเก็บและประโยชน์อีกมากมายแต่สิ่งที่สำคัญยิ่งคือความรับผิดต่อส่วนรวมในการใช้ธรรมชาติร่วมกันเพื่อประโยชน์ที่ยั่งยื่น โดยเฉพาะประเทศของเราส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรที่ผลิตสิ่งที่สำคัญคืออาหาร ปัจจัยหลักคือนํ้าและอากาศเมื่อประเทศของเราทุกคนมีระบบจัดการเรื่องแหล่งนํ้าที่ดีตั้งแต่ต้นฤดูหรือต้นนํ้าจะภัยแล้งหรืออุทกภัยปัญหาที่จะหนักก็กลายเป็นเบาหรือไม่มีเลย