วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2553

listddsi: ท่วมยังไงก็ท่วมกี่ปีกี่ชาติก็ท่วม

listddsi: ท่วมยังไงก็ท่วมกี่ปีกี่ชาติก็ท่วม

listddsi: ท่วมยังไงก็ท่วมกี่ปีกี่ชาติก็ท่วม

listddsi: ท่วมยังไงก็ท่วมกี่ปีกี่ชาติก็ท่วม

ท่วมยังไงก็ท่วมกี่ปีกี่ชาติก็ท่วม

ท่านว่าไม่ครับว่ายังไงก็ท่วมสงสัยพวกสถาบันนิกและวางผังเมืองคงอยู่แต่เมืองนอกไม่มีญาติไม่มีพี่มีน้องในเมืองไทยไม่ต้องย้อมไปจนถึงร้อยปีเอาแค่ผมจำความได้ก็ประมาณสามสิบปีที่แล้วประเทศของเราเป็นประเทศที่มีฝนมากในช่วงถึงฤดูกาลรูปทรงของบ้านเรือนก็จะมีใต้ถุน(ภาษาบ้าน)คือยกสูงหลังคาก็จะละบายนํ้าฝนได้ดีและเร็วฝนจะตกและมีนํ้ามากจากทางเหนือลงมาทางใต้ระบบชลประทานทางธรรมชาติคูคลองแม่นํ้าก็จะทำหน้าที่ที่สมบูรณ์ระบายลงสู้ทะเลมีป่าไม้ดูดซับนํ้าเพื่อชลอการไหลของนํ้า(สมัยนี้ป่าถูกทำลายคูคลองแม่นํ้าถูกถมเป็นที่อยู่อาศัย)ถ้าสถาบันนิกที่วางพังเมืองยึดภูมิประเทศเป็นหลักระบบระบายนํ้าก็จะมีอยู่สี่สิบประเซ็นของพื้นที่ที่อยู้อาศัยของรูปทรงบ้านตามอย่างของต่างประเทศที่เป็นเมืองหนาวสร้างบ้านเรือนแบบหนาแน่นทึบติดกันอากาศก็จะไม่มีหายใจ(ผมอยู่เมืองไทยนิยมไทยรักเมืองไทย)หัวนอกรอกเข้ามายังคิดว่าตัวเองถูกที่สุดไม่ใช่ไม่ดีความเจริญของต่างประเทศแต่ต้องเอามาประยุคใช้ไม่ใช่รอกเรียนแบบอย่างประเทศเข้าเพราะที่นี่ประเทศไทย

วันพฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2553

แตกต่างจึงแตกแยก

ประเทศไทยนับตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน ประกอบไปด้วย 4 ภาค แต่ละภาคของประเทศประกอบไปด้วยประชาชนที่มาจากแหล่งต่างๆ และด้วยความสมัครใจหรือไม่สมัครใจก็แล้วแต่เพราะว่าประเทศของเราก็ต้องทำสงครามระหว่างประเทศเพื่อความเป็นเอกราชหรือเพื่อการดำรงค์เผ่าพันธุ์ เมื่อสมัยที่ทำสงครามเราก็กวาดต้อนประชาชนของประเทศนั้นๆ เพื่อเป็นตัวประกันหรือเอาไว้เป็นทาส ทุกคนก็ต้องมีความเครียดแค้นเพราะไม่ใช่ประเทศของเขาไม่ใชเผ่าพันธุ์ของเขาเมื่อมาอยู่นานวันก็ออกลูกออกหลานเกิดเป็นกลุ่มเป็นก้อนอยู่ในทุกส่วนทุกภาคของประเทศเพื่อรอคอยความเป็นเอกราชหรืออณาธิปไตย ทั้งที่ความเป็นจริงหมดยุคหมดสมัยของการทำสงครามเพื่อต้องการประเทศราชกลับกลายในยุคปัจจุบันกับการเปลี่ยนแปลงการปกครองที่เคยเข็มงวดต่อกฎระเบียบข้อปฏิบัติในการอยู่ของคนหมู่มากและต่างเชื้อชาติในยุคปัจจุบันเราใช้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยผิดพลาดตั้งแต่ต้นระบบ สส.ที่ใช้เสียงประชาชนสนับสนุนในแต่ละจังหวัดเกิดเป็นระบบพรรกการเมื่องที่มีทุนสนันสนุนและอีกหลายอย่างที่นำมาใช้โดยหลอกเรียนแบบต่างชาติที่มีวัฒธรรมที่แต่งต่างกับเราโดยสิ้นเชิงประกอบกับผู้คนส่วนใหญ่ไม่มีความรู้เข้าใจในระบอบประชาธิปไตยคงมีแต่เฉพาะผู้คนจำนวนหนึ่งจึงเป็นช่วงวางของผู้ที่ไม่หวังดีอาจจะเป็นกลุ่มเล็กๆแต่อย่าลืมว่าประเทศของเราเปลี่ยนมาเป็นแบบประชาธิปไตยคือทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียบกันไม่มีการแบ่งเจ้าขุนมูลนายแต่อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันเมื่อมีทุนนิยมทุกอย่างก็แปรเปลี่ยน คำว่านิติรัฐแทบจะไม่มีความหมาย เมื่อระบบฝ่ายนิรัฐถูกทำลายทุกฝ่ายก็เป็นหลักปักในเหลน ใครมีเงินใครมีพวกใครมีความรู้ที่เป็นทุนของสังคมก็ก๊อบโก๊ยสร้างอำนาจต่อรองเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้องจึงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน กลืนไม่เข้าคลายไม่ออก แต่ด้วยวิวัฒนาการณ์ ก็ยังมีความเชื่ออยู่ลึกๆว่าจะผ่านในสิ่งเลวร้ายเหล่านี้ไปด้วยดีและเป็นไปในทางที่ถูกที่ควร

วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

การเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยเข้าสู้ยุควัตถุนิยมแบบเต็มๆรูปแบบเกิดการเปลี่ยนแปลงบิดเบี้ยวของการดำรงชีวิตสังคมเมืองเข้าสู่สังคมชนบทและสังคมชนบทเข้าสู่เมืองผสมกับยุคประชาธิปไตยเบ่งบานแบบผิดวัตถุประสงค์ทำให้เกิดช่องวางยุคเก่ากับยุคใหม่ยังคงใช้คนหมู่มากมากกว่าเหตุผลที่ควรจะเป็น